เรียน ผู้มีส่วนได้เสียทุกท่าน

เนื่องจากเราปิดฉากอีกหนึ่งปีที่มีความสำคัญ ผมมีความภาคภูมิใจอย่างยิ่งเมื่อได้ทบทวนถึงความก้าวหน้าอย่างมีนัยสำคัญที่ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนลได้บรรลุ และรู้สึกเปี่ยมด้วยพลังต่อโอกาสที่รออยู่เบื้องหน้า จากจุดเริ่มต้นเมื่อหลายทศวรรษก่อน สู่การก้าวขึ้นเป็นผู้นำระดับโลกในธุรกิจโรงแรมและร้านอาหารในปัจจุบัน เรื่องราวของเราสะท้อนถึงความทะเยอทะยาน ความยืนหยุ่นท่ามกลางความท้าทาย และการมุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศอย่างไม่หยุดยั้ง โดยเส้นทางการเติบโตของเราขับเคลื่อนด้วยแนวคิดแบบผู้ประกอบการ ความหลงใหลในการให้บริการ และความเชื่อมั่นในการสร้างประสบการณ์ที่มีคุณค่าและน่าจดจำแก่แขกผู้เข้าพักและลูกค้าของเราอย่างต่อเนื่อง

ความสำเร็จที่สำคัญ

แนวทางการดำเนินธุรกิจแบบ Asset-Right ความแข็งแกร่งของแบรนด์ และการกระจายธุรกิจในกว่า 65 ประเทศ ตลอดจนความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรมและการดำเนินงานอย่างมีวินัย ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนความสำเร็จของเรา จุดแข็งเหล่านี้เป็นรากฐานที่มั่นคงและสร้างกลไกการเติบโตของรายได้ที่สมดุล สนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ในกลุ่มธุรกิจโรงแรม ไมเนอร์ โฮเทลส์สามารถสร้างผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งและยืดหยุ่น โดยได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของอุปสงค์การเดินทางทั่วโลกในตลาดหลัก เรายังคงมุ่งยกระดับพอร์ตโฟลิโอผ่านการลงทุนเชิงกลยุทธ์ในด้านการปรับปรุงโรงแรมและการบริการ การพัฒนาโครงสร้างแบรนด์ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น และการมอบประสบการณ์ลูกค้าระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรม ควบคู่กับการเร่งกลยุทธ์การเติบโตแบบ Asset-Light และการบริหารหมุนเวียนสินทรัพย์ ซึ่งช่วยปลดล็อกมูลค่าที่แท้จริง เพิ่มผลตอบแทน และเสริมความคล่องตัวทางการเงิน

ในระหว่างปี เราได้ขยายพอร์ตโฟลิโอแบรนด์ในกลุ่มตลาดเชิงกลยุทธ์ผ่านการเปิดตัว 4 แนวคิดใหม่ ได้แก่ Minor Reserve Collection, The Wolseley Hotels, Colbert Collection และ iStay ซึ่งช่วยให้เราสามารถตอบโจทย์นักเดินทางได้หลากหลายยิ่งขึ้น รองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นของเจ้าของสินทรัพย์ และตอกย้ำสถานะการเป็นผู้นำธุรกิจโรงแรมระดับโลก นอกจากนี้ เรายังขยายการดำเนินงานสู่ตลาดที่มีศักยภาพการเติบโตสูง อาทิเช่น อียิปต์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ญี่ปุ่น อินเดีย และสิงคโปร์ ซึ่งได้รับแรงหนุนจากแนวโน้มการเดินทางที่เพิ่มขึ้นและโครงสร้างประชากรที่เอื้อต่อการเติบโตในระยะยาว

ในส่วนของไมเนอร์ ฟู้ดนั้น ยังคงเดินหน้าพัฒนาอย่างต่อเนื่องท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมร้านอาหาร โดยมุ่งเสริมสร้างความแข็งแกร่งของแบรนด์หลักและยกระดับการมีส่วนร่วมของลูกค้าเพื่อเพิ่มความสามารถในการทำกำไรและความเป็นผู้นำในตลาด โดยการพัฒนานวัตกรรมด้านเมนู การต่อยอดแบรนด์ และการบ่มเพาะแนวคิดธุรกิจใหม่ ๆ ด้กลายเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโต ช่วยให้เรายังคงความทันสมัยและสามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ขณะเดียวกัน เรายังสร้างแรงส่งที่แข็งแกร่งในธุรกิจแฟรนไชส์ระดับสากล ผ่านความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ที่สนับสนุนการขยายตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในตลาดศักยภาพสูง เช่น อินโดนีเซีย และอินเดีย

การสร้างคุณค่าให้ผู้ถือหุ้น

ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ยังคงยึดมั่นอย่างแน่วแน่ต่อพันธกิจในการสร้างคุณค่าแก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว ตลอดปีที่ผ่านมา เราได้ยกระดับความชัดเจนในการจัดลำดับความสำคัญของการจัดสรรเงินทุน โดยมุ่งเน้นการลงทุนในโครงการที่ให้ผลตอบแทนสูง ควบคู่กับการสร้างความมั่งคั่งให้แก่ผู้ถือหุ้นผ่านโครงการซื้อหุ้นคืนและการปรับเพิ่มอัตราการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นในพื้นฐานธุรกิจและแนวโน้มการเติบโตของผลประกอบการในอนาคต โดยการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปอย่างมีวินัยและเพิ่มมูลค่าอย่างแท้จริง

ขณะเดียวกัน เราให้ความสำคัญกับการรักษาสมดุลระหว่างการลดภาระหนี้และการสร้างผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้น โดยมุ่งเสริมสร้างความแข็งแกร่งของงบดุล ลดระดับหนี้สิน และบริหารต้นทุนทางการเงินอย่างต่อเนื่อง ความพยายามดังกล่าวช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไร เสริมความยืดหยุ่นทางการเงิน และเพิ่มศักยภาพในการคืนผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นในอนาคต

นอกจากนี้ เรายังอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการเชิงกลยุทธ์เพื่อสร้างคุณค่าในระยะยาวแก่ผู้มีส่วนได้เสีย อาทิ แผนการเสนอขายทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) และการพิจารณานำไมเนอร์ ฟู้ด เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปลดล็อกมูลค่าที่แท้จริงในพอร์ตโฟลิโอ และเสริมสร้างความแข็งแกร่งของฐานะการเงินของกลุ่มบริษัท

แนวโน้มเชิงกลยุทธ์

เมื่อมองไปข้างหน้า เราเห็นโอกาสสำคัญรออยู่มากมาย ทั้งความต้องการด้านการเดินทาง การแสวงหาประสบการณ์ด้านอาหาร และวิถีชีวิตเชิงประสบการณ์ซึ่งยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ผู้บริโภคเปิดรับรูปแบบใหม่ ๆ ในการเชื่อมต่อกับโลก เราจึงให้ความสำคัญกับนวัตกรรมดิจิทัล การวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า และความเป็นเลิศด้านผลิตภัณฑ์ เพื่อให้แบรนด์ของเรายังคงเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ ของนักเดินทางและผู้บริโภคทั่วโลก

ควบคู่กันนั้น เรายังคงยึดมั่นในหลักการเติบโตอย่างรับผิดชอบและยั่งยืนตามหลัก ESG ของเรา ตั้งแต่การดูแลสิ่งแวดล้อม ความร่วมมือทางสังคม ไปจนถึงธรรมาภิบาลที่เข้มแข็ง จะยังคงเป็นกรอบแนวทางในการพัฒนา การดำเนินงาน และการสร้างคุณค่าแก่ชุมชนทั่วโลก

ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล เติบโตมาได้ด้วยความกล้าที่จะก้าวไปข้างหน้า มองเห็นโอกาสท่ามกลางความไม่แน่นอน และขับเคลื่อนด้วยวิสัยทัศน์ที่มีความทะเยอทะยานระดับโลกและเป้าหมายที่ยั่งยืน ด้วยแพลตฟอร์มที่แข็งแกร่ง แบรนด์ระดับโลก และทิศทางเชิงกลยุทธ์ที่ชัดเจน ผมเชื่อมั่นว่าเรามีความพร้อมอย่างยิ่งในการก้าวสู่บทใหม่แห่งการเติบโต และสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน

ท้ายที่สุดนี้ ผมขอขอบคุณผู้ถือหุ้น พันธมิตร คณะกรรมการบริษัท และพนักงานทุกท่าน สำหรับความไว้วางใจ ความทุ่มเท และการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง เราจะร่วมกันสานต่อความสำเร็จที่สั่งสมมา และสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนเพื่อคนรุ่นต่อไปในอนาคต

วิลเลียม เอ็ลล์วู๊ด ไฮเน็ค

ประธานกรรมการ