บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)

บริษัทไม่เคยย่อท้อ ต่อความท้าทาย แต่เรามองหาวิธี ที่จะเปลี่ยนความท้าทาย เหล่านี้เป็นโอกาส

เรียน ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสีย

2564 เป็นอีกปีแห่งการทำงานหนัก ความทุ่มเท และการปรับตัวของพนักงานของไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนลทุกคน ท่ามกลางสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ที่ยืดเยื้อและยังคงมีความผันผวนอยู่ตลอดเวลา โดยในช่วงเริ่มต้นของการระบาด ไม่มีใครทราบได้ว่าเศรษฐกิจจะกลับมาฟื้นตัวเมื่อใดและรวดเร็วเพียงใด ดังนั้น บริษัทจึงมุ่งเน้นไปที่การเสริมสร้างความแข็งแกร่งของฐานการดำเนินงานและฐานะทางการเงินของบริษัท เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทจะสามารถกลับมาฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วเมื่อสภาวะแวดล้อมทางธุรกิจเอื้ออำนวยอย่างไรก็ตาม ในปีที่ผ่านมา จากอัตราการกระจายวัคซีนที่สูงขึ้น และการกลับมาเปิดประเทศของหลายประเทศทั่วโลก ส่งผลให้มีการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในหลายภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทวีปยุโรป ทั้งนี้ เมื่อมองไปในอนาคต แม้ว่าจะมีอุปสรรคทางธุรกิจมากมาย แต่ผมเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าการมีธุรกิจที่หลากหลายและฐานการดำเนินงานที่เป็นเลิศจะช่วยให้เราสามารถก้าวข้ามผ่านอุปสรรคต่างๆ นี้ไปได้โดยบริษัทได้มองข้ามผ่านช่วงเวลาของการฟื้นตัวและเตรียมความพร้อมสำหรับการดำเนินธุรกิจสำหรับโลกภายหลังสถานการณ์โรคโควิด-19

ในปี 2564 ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนลได้ดำเนินการเพื่อยกระดับฐานการดำเนินงานของบริษัท โดยไมเนอร์โฮเทลส์มีส่วนสำคัญในการเปิดตัวรูปแบบใหม่ของโปรแกรม Discovery Loyalty Program ซึ่งเป็นโปรแกรมความภักดีที่มีโรงแรมเข้าร่วมมากกว่า 500 แห่งในมากกว่า 85 ประเทศ นอกจากนี้ ไมเนอร์ โฮเทลส์ได้เปิดตัวโรงแรม 5 แห่ง ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ NH Collection Copenhagen ซึ่งเป็นโรงแรมแห่งแรกของบริษัทในกลุ่มประเทศนอร์ดิก อีกทั้งบริษัทยังคงมุ่งเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับเครือโรงแรมอนันตราในทวีปยุโรปอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเปิดตัว Anantara Palazzo Naiadi Rome Hotel และ Anantara New York Palace Budapest Hotel และการประกาศรีแบรนด์ของ Anantara Grand Hotel Krasnapolsky Amsterdam โดยโรงแรมดังกล่าวถือเป็นโรงแรมอนันตราแห่งแรกของเมืองและประเทศนั้นๆ นอกจากนี้ บริษัทได้มีการขยายธุรกิจในประเทศจีนผ่านการร่วมเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับบริษัท ฟันยาร์ดโฮเทลส์ แอนด์ รีสอร์ท ประเทศจีน เพื่อร่วมกันดูแลการพัฒนาธุรกิจ การดำเนินธุรกิจโรงแรม ตลอดจนการขายและการตลาดของแบรนด์ทั้ง 7 ของไมเนอร์โฮเทลส์ในประเทศจีน โดยปัจจุบันฟันยาร์ดมีโรงแรมระดับบนภายใต้การบริหารจัดการในประเทศจีนมากกว่า 200 แห่ง และห้องพักประมาณ 50,000 ห้อง

สำหรับไมเนอร์ ฟู้ด นอกจากความก้าวหน้าในการยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าที่นั่งรับประทานอาหารภายในร้านและการควบคุมค่าใช้จ่ายแล้ว บริษัทได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาบริการจัดส่งอาหาร ทั้งนี้ด้วยศักยภาพในการเติบโตของบริการจัดส่งอาหารไมเนอร์ ฟู้ดจึงมุ่งพัฒนาแพลตฟอร์มการจัดส่งอาหาร 1112 Delivery ของบริษัทอย่างต่อเนื่อง โดยนอกเหนือจากความมุ่งมั่นในการยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าแล้วแบรนด์ต่างๆ ของไมเนอร์ ฟู้ดได้เปิดตัวโปรแกรมความภักดีแบบดิจิทัล และใช้ประโยชน์จากความสามารถในการจัดการข้อมูลลูกค้าสัมพันธ์ และจากความพยายามอย่างต่อเนื่องของบริษัท ในปี 2564 โปรแกรมความภักดีของแบรนด์เดอะ พิซซ่า คอมปะนี มีสมาชิกมากถึง 1 ล้านคน ในขณะที่แอปพลิเคชัน 1112 Delivery มียอดดาวน์โหลดมากกว่า 2 ล้านครั้ง ส่งผลให้ไมเนอร์ฟู้ดมียอดขายผ่านช่องทางบริการจัดส่งอาหารเพิ่มขึ้นร้อยละ 14 ในปี 2564 เมื่อเทียบกับปีก่อน

สำหรับการบริหารจัดการทางการเงิน ไมเนอร์อินเตอร์เนชั่นแนลได้ดำเนินการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับฐานะทางการเงินของบริษัทด้วยการขยายระยะเวลาการจ่ายคืนเงินกู้และหุ้นกู้ของบริษัท อีกทั้งเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับฐานส่วนของผู้ถือหุ้น ด้วยการรีไฟแนนซ์หุ้นกู้ที่มีลักษณะคล้ายทุนที่มีอยู่เดิม การออกใบสำคัญแสดงสิทธิเพิ่มเติม และการตีราคาที่ดินที่สูงขึ้นโดยบริษัทได้คงสถานะเครดิตจากทริสเรทติ้งอยู่ที่ระดับ A นอกจากนี้ บริษัทยังประสบความสำเร็จในการทำธุรกรรมการหมุนเวียนสินทรัพย์ 3 รายการ ซึ่งธุรกรรมดังกล่าวช่วยเพิ่มสภาพคล่องและลดภาระหนี้สินของบริษัทให้อยู่ที่ระดับต่ำกว่าพันธสัญญาหนี้ ณ สิ้นปี 2564

แม้ว่าจะยังคงมีความท้าทายในอนาคต แต่สิ่งที่เรารู้ได้แน่ชัดคือเมื่อเริ่มมีการฟื้นตัว การฟื้นตัวนั้นจะเป็นไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งบริษัทได้มีประสบการณ์เช่นนี้มาแล้วโดยกลุ่มธุรกิจร้านอาหารในประเทศจีนของไมเนอร์ ฟู้ดเป็นธุรกิจแรกที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 ตั้งแต่เดือนมกราคม 2563 แต่ยังเป็นธุรกิจแรกที่มีการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วตั้งแต่ช่วงกลางปี 2563 ยิ่งไปกว่านั้น กลุ่มธุรกิจร้านอาหารในประเทศจีนมีผลการดำเนินงานที่ดีกว่าระดับก่อนการระบาดของโรคโควิด-19 ตั้งแต่ในช่วงต้นปี 2564 อีกทั้งกลุ่มโรงแรมในประเทศมัลดีฟส์มีผลการดำเนินงานที่ฟื้นตัวอย่างรวดเร็วและแข็งแกร่ง โดยมีผลการดำเนินงานที่กลับมาอยู่ในระดับที่สูงกว่าระดับก่อนการระบาดของโรคโควิด-19 ในเวลาเพียงไม่ถึง 1 ปี กลุ่มโรงแรมโอ๊คส์ในประเทศออสเตรเลียมีรายได้เฉลี่ยต่อห้องต่อคืน (RevPar) สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และกลับมาสู่ระดับก่อนการระบาดของโรคโควิด-19 ในปี 2563 ในไตรมาสที่ 2 ปี 2564 ด้วยการกลับมาเปิดพรมแดนระหว่างรัฐอีกครั้ง นอกจากนี้กลุ่มโรงแรมในทวีปยุโรปยังคงมีการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วจากอัตราการฉีดวัคซีนที่สูงขึ้นและการกลับมาเปิดพรมแดนระหว่างประเทศ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีความท้าทายครั้งใหม่จากการระบาดของโรคโควิด-19สายพันธุ์ใหม่ ซึ่งรวมถึงสายพันธุ์เดลต้าและโอมิครอนแต่เรามั่นใจว่าฐานการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของบริษัทจะช่วยให้สามารถก้าวผ่านความท้าทายเหล่านี้ไปได้อย่างแน่นอน

สุดท้ายนี้ บริษัทมีความภูมิใจที่สามารถรักษามาตรฐานด้านความยั่งยืนของเราไว้ได้แม้จะมีลำดับความสำคัญด้านอื่นๆ ที่ต้องจัดการ โดยในปี 2564 บริษัทยังคงได้รับคัดเลือกเข้าเป็นสมาชิกของดัชนี Dow Jones Sustainability Emerging Markets Index, FTSE4Good Emerging Index และหุ้นยั่งยืน ซึ่งจัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย อีกทั้งบริษัทได้รับการประเมินจาก MSCI ESG Rating ในระดับ AA และได้รับรางวัล Highly Commended in Sustainability Awards ประจำปี 2564 ในกลุ่มรางวัล Sustainability Excellence จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สำหรับกลุ่มบริษัทจดทะเบียนที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดสูงกว่า 100,000 ล้านบาท นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับคะแนนด้านการกำกับดูแลกิจการในระดับ “ดีเลิศ” (5 ดาว) จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ต่อเนื่องกันเป็นปีที่ 9

ผมใคร่ขอขอบคุณผู้มีส่วนได้เสียของเราที่ให้การสนับสนุนและไว้วางใจในบริษัทและทีมผู้บริหารอย่างต่อเนื่องนอกจากนี้ ผมขอขอบคุณพนักงานทุกคนสำหรับความทุ่มเทและความอดทนเพื่อช่วยให้บริษัทก้าวข้ามผ่านช่วงเวลาอันท้าทายนี้ไปได้ และผลักดันให้ไมเนอร์อินเตอร์เนชั่นแนลกลายเป็นบริษัทที่ดีขึ้น คล่องตัวขึ้นและแข็งแกร่งขึ้น ทั้งนี้ ผมรู้สึกตื่นเต้นมากกับปี 2565ที่กำลังจะมาถึง แม้ว่าจะเป็นอีกปีหนึ่งที่ยังคงจะต้องเผชิญกับความท้าทายและความไม่แน่นอน แต่เราได้ผ่านพ้นช่วงที่เลวร้ายที่สุดไปแล้ว และมีความพร้อมเป็นอย่างยิ่งที่จะสร้างผลกำไรในปี 2565

วิลเลียม เอ็ลล์วู๊ด ไฮเน็ค

ประธานกรรมการ

มีนาคม 2565