บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)

  • ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ประกอบธุรกิจภายใต้แบรนด์อะไรบ้าง

    บริษัทมีแบรนด์ที่บริษัทเป็นเจ้าของเองภายใต้กลุ่มธุรกิจโรงแรมและอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจโรงแรม และกลุ่มธุรกิจร้านอาหาร โดยแบรนด์โรงแรมที่บริษัทเป็นเจ้าของเอง ได้แก่ อนันตรา, อวานี, โอ๊คส์, ทิโวลี, เอ็นเอช โฮเทล, เอ็นเอช คอลเลคชั่น, นาว และ เอเลวาน่า คอลเลคชั่น ในขณะที่แบรนด์ร้านอาหารที่บริษัทเป็นเจ้าของเอง ได้แก่ เดอะ พิซซ่า คอมปะนี, เดอะ คอฟฟี่ คลับ, ไทย เอ็กซ์เพรส, ริเวอร์ไซด์, เบนิฮานา และเบร็ดทอล์ค (ประเทศไทย) นอกจากนี้ บริษัทเป็นพันธมิตรกับโฟร์ซีซั่นส์, เซ็นต์ รีจิส, เจ ดับบลิว แมริออท และเรดิสัน บลูภายใต้สัญญารับจ้างบริหารโรงแรม และกับสเวนเซ่นส์, ซิซซ์เลอร์, แดรี่ ควีน และเบอร์เกอร์ คิงภายใต้รูปแบบธุรกิจแฟรนไชส์ ส่วนธุรกิจไลฟ์สไตล์ บริษัทได้รับสิทธิจัดจำหน่ายสินค้าแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทยของ แบรนด์อเนลโล่, บานาน่า รีพับบลิค, โบเดิ้ม, บอสสินี่, บรูคส์ บราเธอร์ส, ชาร์ล แอนด์ คีธ, เอสปรี, เอแตม, แก๊ป, โจเซฟ โจเซฟ, โอวีเอส, เพโดร, แรทลีย์, เซฟ มาย แบค และสวิลลิ่ง เจ. เอ. เฮ็งเคิลส์ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม เยี่ยมชมได้ที่ ธุรกิจของ MINT

  • กลุ่มธุรกิจหลักของบริษัทมีประวัติที่มาอย่างไร และได้กลายมาเป็นบริษัทจดทะเบียนได้อย่างไร

    ในปี 2521 บริษัทได้ก่อตั้งกลุ่มธุรกิจโรงแรมและอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจโรงแรม ซึ่งเดิมอยู่ภายใต้ชื่อบริษัท รอยัล การ์เด้น รีสอร์ท จำกัด เพื่อดำเนินธุรกิจโรงแรมรอยัล การ์เด้น รีสอร์ท พัทยา ซึ่งเป็นโรงแรมแห่งแรกของบริษัท และในปัจจุบันคือ โรงแรมอวานี พัทยา รีสอร์ท แอนด์ สปา ในปี 2523 บริษัทได้ขยายธุรกิจไปสู่ธุรกิจร้านอาหาร ด้วยการเปิดตัวร้านพิซซ่าภายใต้แบรนด์ระดับสากลในประเทศไทย ต่อมาในปี 2525 ไมเนอร์ คอร์ปอเรชั่น ซึ่งในปัจจุบันคือ ไมเนอร์ ไลฟ์สไตล์ ได้ถูกก่อตั้งขึ้นเพื่อดำเนินธุรกิจรับจ้างผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าไลฟ์สไตล์ในประเทศไทย โดยก่อนหน้านี้ แต่ละบริษัท ซึ่งดำเนินธุรกิจทั้ง 3 ของบริษัท ได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายใต้ชื่อ บริษัท รอยัล การ์เด้น รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ “RGR”, บริษัทไมเนอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ “MINOR” และบริษัทเดอะ พิซซ่า จำกัด (มหาชน) หรือ "PIZZA" ในปี 2544 RGR ได้เข้าถือหุ้นและรวมกิจการของ Pizza และเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) โดยมีชื่อย่อคือ MINT ในปี 2552 MINOR ได้ถูกรวมอยู่ภายใต้ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ส่งผลให้ทั้ง 3 ธุรกิจอยู่ภายใต้บริษัทแม่เดียวกัน สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับประวัติองค์กร เยี่ยมชมได้ที่ส่วนของประวัติองค์กรบนเว็บไซต์

  • บริษัทจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปีเมื่อไร

    โดยปกติ บริษัทจะจัดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นในช่วงต้นเดือนเมษายนของทุกปี โดยสามารถอ่านรายละเอียดหรือ ดาวน์โหลด หนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้น ได้ที่ส่วนของนักลงทุนสัมพันธ์บนเว็บไซต์

  • สามารถขอรับรายงานประจำปี งบการเงิน และสรุปผลการดำเนินงานรายไตรมาสได้ที่ใด

    ข้อมูลทั้งหมดสามารถดาวน์โหลดได้ที่ส่วนของนักลงทุนสัมพันธ์บนเว็บไซต์ หากต้องการรายงานประจำปีเป็นรูปเล่ม สามารถส่งคำขอที่ส่วนของนักลงทุนสัมพันธ์ บนเว็บไซต์เช่นกัน

  • ใครเป็นผู้ตรวจสอบบัญชีของ MINT

    บริษัท ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส จำกัด

  • รอบปีบัญชีของ MINT คือช่วงใด

    รอบปีบัญชีของ MINT คือ 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม

  • สามารถติดตามข่าวสารของบริษัทและกิจกรรมของนักลงทุนผ่านช่องทางใด

    ท่านสามารถลงชื่อที่ Investor Relations E-Mail Alert .

  • ต้องติดต่อหน่วยงานใดหากสนใจร่วมงานกับ MINT

    ท่านสามารถเรียนรู้โอกาสในการทำงานกับเราได้ที่ หน้าร่วมงานกับ MINT page.

  • สามารถติดต่อแผนกนักลงทุนสัมพันธ์ได้ที่ช่องทางใด

    ข้อมูลติดต่อแผนกนักลงทุนสัมพันธ์แสดงไว้ในส่วนของนักลงทุนสัมพันธ์บนเว็บไซต์

  • การลงทุนใน MINT ให้อัตราผลตอบแทนรวมแก่ผู้ถือหุ้นเท่าไร ตั้งแต่ MINT ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

    หากผู้ถือหุ้นได้ซื้อหุ้น MINT จำนวน 100 หุ้น ณ ราคา 1 บาทต่อหุ้นเมื่อต้นปี 2544 เงินลงทุนดังกล่าวจำนวน 100 บาท เมื่อรวมกับเงินสดปันผล หุ้นปันผล และใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญ จะให้ผลตอบแทนในอัตราเฉลี่ยต่อปีร้อยละ 26 ตลอดช่วง 18 ปีที่ผ่าน รวมเป็นมูลค่าการลงทุนทั้งสิ้น 4,100 บาท ณ สิ้นเดือนตุลาคม ปี 2561

  • อัตราการจ่ายเงินปันผลเฉลี่ยของบริษัทเป็นอย่างไร

    บริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผล อ้างอิงจากผลการดำเนินงานในแต่ละปี และมีการจ่ายหุ้นปันผลเป็นบางโอกาส เมื่อเวลาที่บริษัทต้องการสำรองเงินสดเพื่อใช้ในการขยายธุรกิจ โดยจากข้อมูลในอดีต บริษัทมีอัตราการจ่ายเงินปันผลเฉลี่ยประมาณร้อยละ 30 – 40 ของกำไรสุทธิ รายละเอียดของประวัติการจ่ายเงินปันผลได้แสดงไว้ในส่วนของนักลงทุนสัมพันธ์บนเว็บไซต์

  • บริษัทมีการออกหลักทรัพย์หรือเครื่องมือทางการเงินอื่นๆ นอกเหนือจากหุ้นสามัญหรือไม่

    บริษัทได้ออกหุ้นกู้ระยะยาวและหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนหลายชุด โดยมีรายละเอียดแสดงไว้ในส่วนของนักลงทุนสัมพันธ์บนเว็บไซต์

  • MINT และหุ้นกู้ของ MINT ได้รับการจัดอันดับหรือไม่ อย่างไร

    หุ้นกู้ทั้งหมดของบริษัทได้รับการจัดอันดับตั้งแต่ A ไปจนถึง A+ จากทริส เรตติ้ง ส่วนหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนในสกุลเงินบาทได้รับการจัดอันดับที่ BBB+ จากทริส เรตติ้ง และหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนในสกุลเงินเหรียญสหรัฐได้รับการจัดอันดับที่ Baa2 จากมูดีส์ และที่ BBB+ จากฟิทช์ เรทติ้งส์ สำหรับ MINT ได้รับการจัดอันดับเครดิตองค์กรอยู่ที่ระดับ A และมีแนวโน้มคงที่ (Stable outlook) จากทริส เรตติ้ง

  • MINT รายงานผลประกอบการเมื่อไร

    โดยปกติ บริษัทรายงานผลประกอบการรายไตรมาสภายใน 45 วัน ภายหลังจากวันที่ปิดไตรมาส และประมาณ 90 วันหลังจากสิ้นปี โดยกำหนดการรายงานผลประกอบการแต่ละไตรมาสได้แสดงไว้ในปฏิทินทางการเงิน ในส่วนของนักลงทุนสัมพันธ์บนเว็บไซต์ นอกจากนี้ ข่าวสรุปผลการดำเนินงาน และการวิเคราะห์ผลการดำเนินงานของบริษัทรายไตรมาส ได้แสดงไว้ในส่วนของนักลงทุนสัมพันธ์บนเว็บไซต์เช่นกัน

  • รายได้เฉลี่ยต่อห้องต่อคืน (Revenue Per Available Room - RevPAR) คืออะไร และสามารถดูข้อมูล RevPAR ของโรงแรมในเครือของ MINT ได้ที่ใด

    รายได้เฉลี่ยต่อห้องต่อคืนเป็นอัตราส่วนที่นิยมใช้ในการวัดผลการดำเนินงานของโรงแรม โดยคำนวณจากการคูณอัตราค่าห้องเฉลี่ยต่อคืน (Average Daily Rate - ADR) กับอัตราการเข้าพัก

    ข้อมูล RevPar แสดงอยู่ในเอกสารนำเสนอรายงานผลประกอบการของบริษัท ซึ่งสามารถเยี่ยมชมได้ในส่วนของนักลงทุนสัมพันธ์บนเว็บไซต์

  • MINT เริ่มประกอบธุรกิจรับจ้างบริหารโรงแรมเมื่อไร และมีแผนที่จะเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจให้เป็นแบบ Asset Light หรือไม่

    บริษัทเริ่มประกอบธุรกิจรับจ้างบริหารโรงแรม โดยเข้าบริหารโรงแรมอนันตรา เซมินยัค รีสอร์ท ในประเทศอินโดนีเซียในปี 2551 ในปัจจุบัน บริษัทรับจ้างบริหารโรงแรมกว่า 80 แห่งภายใต้แบรนด์อนันตรา, อวานี, โอ๊คส์, ทิโวลี, เอ็นเอช โฮเทล, เอ็นเอช คอลเลคชั่น, นาว และเอเลวาน่า และได้ลงนามในสัญญารับจ้างบริหารโรงแรมเพิ่มอีก 60 แห่ง ซึ่งจะเปิดดำเนินงานในปี 2561-2566

    บริษัทยังคงดำเนินกลยุทธ์ Asset Right ด้วยการดำเนินธุรกิจทั้งในรูปแบบที่บริษัทเป็นเจ้าของเองและสัญญารับจ้างบริหารเพื่อสร้างผลตอบแทนสูงสุดให้กับผู้ถือหุ้นและขับเคลื่อนการขยายธุรกิจไปทั่วโลก บริษัทไม่ลังเลที่จะลงทุนในสินทรัพย์ หากสามารถสร้างผลตอบแทนได้เท่ากับหรือมากกว่าเกณฑ์การลงทุนของเรา

  • ทำไมบริษัทถึงประกอบธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจโรงแรม

    บริษัทดำเนินธุรกิจอื่นๆ ที่ส่งเสริมธุรกิจโรงแรมภายในบริเวณใกล้เคียงกับโรงแรมของเรา ซึ่งช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับอสังหาริมทรัพย์ เติบโตยอดขายอย่างรวดเร็ว และสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนให้สูงขึ้น ธุรกิจดังกล่าว ได้แก่ โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัย ธุรกิจพักผ่อนแบบปันส่วนเวลา ศูนย์การค้าและบันเทิง

  • บริษัทใช้เงินลงทุนในการซ่อมและบำรุงรักษาโรงแรมต่อปีจำนวนเท่าไร

    บริษัทจัดสรรงบประมาณในการซ่อมและบำรุงรักษาโรงแรมในสัดส่วนประมาณร้อยละ 3-4 ของรายได้ทั้งหมดของธุรกิจโรงแรม

  • ยอดขายต่อร้านเดิมคืออะไรและสามารถดูข้อมูลยอดขายต่อร้านเดิมของร้านอาหารในเครือของ MINT ได้ที่ใด

    อัตราการเติบโตของยอดขายต่อร้านเดิมเป็นการคำนวณอัตราการเปลี่ยนแปลงของยอดขายของร้านอาหารซึ่งเปิดดำเนินงานและอยู่ในระบบของ MINT มาเป็นเวลา 1 ปีเป็นต้นไป

    ข้อมูลยอดขายต่อร้านเดิม แสดงอยู่ในเอกสารนำเสนอรายงานผลประกอบการของบริษัท ซึ่งสามารถเยี่ยมชมได้ในส่วนของนักลงทุนสัมพันธ์บนเว็บไซต์

  • โครงสร้างค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์เป็นอย่างไร

    สำหรับร้านอาหารแฟรนไชส์ในประเทศไทย โดยปกติ ค่าใช้จ่ายในการให้คำปรึกษาเบื้องต้นอาจจะแตกต่างกันไป แต่เมื่อร้านอาหารเปิดดำเนินงาน ค่าธรรมเนียมในการให้บริการจะคิดเป็นสัดส่วนของรายได้ เรียกเก็บเป็นรายเดือน

  • บริษัทมีแผนในการขยายสาขาร้านในระยะยาวอย่างไร ทั้งสาขาที่บริษัทเป็นลงทุนเองและสาขาแฟรนไชส์

    บริษัทยังคงตั้งใจที่จะดำเนินกลยุทธ์ Asset Right โดยมีการขยายสาขาร้านอาหารทั้งที่บริษัทลงทุนเองและแฟรนไชส์ ในปัจจุบัน บริษัทมีสาขาร้านอาหารทั้งสิ้นกว่า 2,100 สาขา แบ่งเป็นสาขาที่บริษัทลงทุนเองคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 51 และสาขาแฟรนไชส์อีกร้อยละ 49 ส่วนในอีก 5 ปีข้างหน้า บริษัทมีแผนที่จะขยายเครือข่ายร้านอาหารให้มากกว่า 4,400 สาขา แบ่งเป็นสาขาที่บริษัทลงทุนเองร้อยละ 49 และสาขาแฟรนไชส์อีกร้อยละ 51

  • ธุรกิจรับจ้างผลิตคืออะไร

    บริษัทรับจ้างผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีส่วนประกอบของกรด เช่น น้ำยาบ้วนปาก กระดาษชำระ น้ำยาปรับผ้านุ่ม และน้ำหอมปรับอากาศ โดยมีกลุ่มลูกค้าชั้นนำระดับโลก เช่น เอส ซี จอห์นสัน, ยูนิลีเวอร์, คอลเกต, จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน และไลออน โดยโรงงานของบริษัทในจังหวัดปทุมธานีสามารถรองรับการผลิตได้ถึง 100,000 ตันต่อปี