บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)

รายงานจากประธานกรรมการ

" เรายังคงดูแลผู้คนรอบข้าง ขับเคลื่อนการพัฒนา ห่วงโซ่คุณค่าที่ยั่งยืน จัดการผลกระทบ ต่อสิ่งแวดล้อมจาก การดำเนินธุรกิจ
มุ่งมั่นรักษาธรรมาภิบาล และส่งเสริมวัฒนธรรม การสร้างคุณค่าร่วม "

ดังเช่นที่ทุกคนทราบดีว่า ปี 2563 เป็นปีแห่งความท้าทายอย่างที่ไม่มีใครคาดคิด ประชาชนและธุรกิจทั่วโลกได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล พร้อมทั้งผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมรายอื่นๆ ต้องเผชิญกับผลกระทบที่รุนแรงนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างไรก็ตาม บริษัทไม่เคยย่อท้อต่อความท้าทาย เราปรับตัวตอบรับวิกฤตอย่างรวดเร็วเพื่อให้แน่ใจว่าธุรกิจของเราจะสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างยั่งยืน โดยคำนึงถึงประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสียของเรา

บริษัทยึดมั่นในวิสัยทัศน์ด้านความยั่งยืนของเราในการ “เสริมสร้างความแข็งแกร่งทางศักยภาพและการดำเนินงานในระยะยาวด้วยการพัฒนาอย่างยั่งยืน” ทั้งนี้ เพื่อที่จะรับมือกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 บริษัทได้จัดตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจ Business Beyond COVID เพื่อกำหนดกลยุทธ์และแผนการพลิกฟื้นธุรกิจท่ามกลางความท้าทายและความไม่แน่นอน โดยได้ระบุและจัดลำดับความสำคัญของประเด็นต่างๆ และแบ่งการจัดการกับประเด็นเหล่านั้นออกเป็นการจัดการอย่างเร่งด่วน การจัดการระยะกลาง และการจัดการระยะยาว ในขณะเดียวกัน เรายังคงดูแลผู้คนรอบข้าง ขับเคลื่อนการพัฒนาห่วงโซ่คุณค่าที่ยั่งยืน จัดการผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการดำเนินธุรกิจ มุ่งมั่นรักษาธรรมาภิบาล และส่งเสริมวัฒนธรรมการสร้างคุณค่าร่วม

สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อธุรกิจแต่ยังส่งผลต่อสังคมอีกด้วย ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนลได้ให้ความช่วยเหลือกับชุมชนรอบข้างเท่าที่เราทำได้ ตลอดปี 2563 เราได้สนับสนุนและพัฒนาคนกว่า 540,000 คน ผ่านโครงการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และโครงการด้านความรับผิดชอบต่อสังคมที่หลากหลาย จากการดำเนินงานและความร่วมมือกับองค์กรบรรเทาทุกข์ ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนลสนับสนุนอาหารเกือบ 200,000 มื้อให้กับสมาชิกในชุมชนและบุคลากรสาธารณสุข นอกจากนั้น เดอะ พิซซ่า คอมปะนี ได้ริเริ่มโครงการ “ซื้อ 1 ให้ 1 คุณอิ่มท้อง น้องอิ่มด้วย” เชิญชวนลูกค้าร่วมแบ่งปันพิซซ่าฟรีเพื่อมอบให้แก่มูลนิธิเด็กและโรงเรียนทั่วทุกภาคของประเทศไทย โดยทำการบริจาคพิซซ่าไปทั้งหมด 5,000 ถาด ในขณะเดียวกัน ไมเนอร์ โฮเทลส์ และ เอ็นเอช โฮเทล กรุ๊ป ให้การสนับสนุนห้องพักกว่า 9,500 คืนให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบ บุคลากรทางการแพทย์ และผู้ป่วยโควิด-19 ที่อาการไม่รุนแรง ระหว่างที่เราเผชิญช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดในประวัติศาสตร์ของไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงการปรับลดบุคลากรได้ อย่างไรก็ตาม เราพยายามช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของพนักงาน ผ่านโครงการช่วยเหลือระยะสั้นต่างๆ เช่น การสนับสนุนค่าอาหาร และ การสนับสนุนเงินกู้ปลอดดอกเบี้ย นอกจากนี้ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล และ มูลนิธิไฮเน็ค ยังคงสนับสนุนทุนการศึกษาอย่างต่อเนื่อง โดยได้มอบทุนรวม 974 ทุน ให้กับเด็กและเยาวชนผู้ขาดแคลน

การพัฒนาห่วงโซ่คุณค่าที่ยั่งยืนตั้งแต่คู่ค้าจนถึงลูกค้าของเรามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความยั่งยืนของธุรกิจภายใต้สถานการณ์ที่ไม่แน่นอนเช่นนี้ ตั้งแต่ปี 2562 เราได้ทำการประเมินความเสี่ยงด้านความยั่งยืนของคู่ค้าท้องถิ่นที่มีความสำคัญและคู่ค้าที่สร้างผลกระทบทางธุรกิจสูงด้านอาหารและบรรจุภัณฑ์ในประเทศไทยและออสเตรเลียในสัดส่วนร้อยละ 72 และตั้งเป้าหมายที่จะทำการประเมินคู่ค้าในกลุ่มนี้ทั้งหมดภายในปี 2566

นอกจากนี้ เรื่องสุขภาพเป็นสิ่งที่ลูกค้าให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งโดยเฉพาะในปี 2563 ไมเนอร์ อินเตอร์แนชั่นแนล จึงได้ยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัยและสุขอนามัยทั้งในโรงแรมและร้านอาหาร เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยของทั้งลูกค้าและพนักงาน โรงแรมของเรามีการดำเนินมาตรการด้านสุขภาพและสุขอนามัย เช่น Anantara’s Stay with Peace of Mind, AvaniSHIELD, Oaks SureStay, Elewana’s Essential Elements และ Feel Safe at NH ในขณะที่ไมเนอร์ ฟู้ด ดำเนินการจัดส่งอาหารแบบ "ลดการสัมผัสโดยตรง" (Zero Touch Delivery) และได้รับการรับรองจากโครงการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย เพื่อสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยด้านสุขอนามัย (Amazing Thailand Safety and Health Administration: SHA) จากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ไมเนอร์ โฮเทลส์ได้เข้าร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพหลายรายในการนำเสนอบริการใหม่ๆที่สอดคล้องกับความต้องการในกลุ่มลูกค้าของเราที่มองหาแนวทางการดำเนินชีวิตที่ดีต่อสุขภาพ เช่น ศูนย์การบูรณาการสุขภาพและการแพทย์แบบองค์รวม และบาร์วิตามินเพื่อสุขภาพ ขณะที่ ไมเนอร์ ฟู้ด ยังคงให้ความสำคัญต่อการนำเสนอเมนูทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพให้กับลูกค้า และได้กำหนดเป้าหมายด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนข้อใหม่ ซึ่งกำหนดให้แบรนด์อาหารของไมเนอร์ฟู้ดทุกแบรนด์พัฒนาเมนูอาหารเพื่อสุขภาพเพื่อนำเสนอให้กับลูกค้าอย่างน้อยหนึ่งเมนูทุกปี ภายในปี 2567

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปี 2563 นำมาซึ่งความท้าทายต่อเศรษฐกิจ สังคม รวมทั้งสิ่งแวดล้อม ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ยังคงมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจให้มีผลกระต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุดและส่งเสริมการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพไปพร้อมกัน เนื่องจากอัตราการเข้าพักในโรงแรมของเราลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จึงไม่สามารถใช้ตัววัดผลของเป้าหมายในการลดอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และการใช้น้ำต่อห้องที่แขกเข้าพักได้อย่างถูกต้อง อย่างไรก็ตาม การใช้ทรัพยากรโดยรวมของเราลดลงอย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน เราลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวจากการใช้วัสดุทดแทนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นและการออกแบบบรรจุภัณฑ์ใหม่ที่ใช้พลาสติกน้อยลง ทำให้เราสามารถลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวลงได้ถึงร้อยละ 21 เมื่อเทียบกับการใช้ในปีฐาน 2561 ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับเป้าหมายที่จะลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวลงร้อยละ 75 ภายในปี 2567

เราส่งเสริมการปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพของระบบนิเวศทางบกและทางทะเลและแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์และพืชป่าอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่แหล่งธรรมชาติซึ่งอยู่ใกล้หรือติดบริเวณโรงแรมของเรา ปัจจุบัน ร้อยละ 80 ของโรงแรมของเราที่มีพื้นที่ติดกับแหล่งธรรมชาติมีโครงการด้านการอนุรักษ์ระยะยาวอย่างน้อย 1 โครงการ การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ยังส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของช้างบ้านในประเทศไทยจากการหยุดการดำเนินการของแคมป์ช้างต่างๆ มูลนิธิ โกลเด้น ไทรแองเกิ้ล เอเชียน เอลเลเฟ่น ได้รับช้างบ้านจำนวน 3 เชือกเข้ามาดูแลเพิ่มในพื้นที่ของมูลนิธิฯ ในปี 2563 และได้ให้เงินเพื่อสนับสนุนการทำงานของสัตวแพทย์ในการรักษาและดูแลช้างบ้านในประเทศไทย

ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนลมุ่งมั่นรักษาธรรมาภิบาลและสร้างวัฒนธรรมการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบ โดยบริษัทได้คะแนนด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดีในระดับ “ดีเลิศ” จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทยติดต่อกันเป็นปีที่ 8 และได้รับรางวัล ASEAN Corporate Governance Award – ASEAN Asset Class PLCs ซึ่งจัดโดยความร่วมมือระหว่างหน่วยงานกำกับดูแลตลาดทุนอาเซียนและธนาคารพัฒนาเอเชีย

ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนลเชื่อว่าความยั่งยืนจะสามารถเกิดขึ้นได้เมื่อเรามุ่งมั่นสร้างคุณค่าร่วมกันระหว่างธุรกิจกับผู้มีส่วนได้เสียที่อยู่ในสังคมและกับสิ่งแวดล้อม เพื่อเน้นย้ำถึงความสำคัญนี้เราจึงจัดรางวัลไมเนอร์สู่ความยั่งยืนขึ้นเพื่อยกย่องหน่วยธุรกิจของไมเนอร์ที่แสดงให้เห็นถึงการผสานการสร้างความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจควบคู่ไปกับการตอบสนองความต้องการทางสังคมและสิ่งแวดล้อม ผมมีความภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่จะรายงานว่าความสำเร็จด้านความยั่งยืนของบริษัทได้รับการยอมรับจากองค์กรระดับโลกและระดับประเทศ โดยไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนลได้รับคัดเลือกเข้าเป็นสมาชิกของ Dow Jones Sustainability Emerging Markets Index ติดต่อกันเป็นปีที่ 7 และเป็นสมาชิกของ FTSE4Good Index Series ติดต่อกันเป็นปีที่ 5 เราได้รับการประเมินจาก MSCI ESG Rating ในระดับ AAA และได้รับคัดเลือกเข้าในรายชื่อหุ้นยั่งยืนของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยติดต่อกันเป็นปีที่ 6

สุดท้ายนี้ ผมขอแสดงความขอบคุณต่อผู้มีส่วนได้เสียทั้งหมดของเรา ได้แก่ พนักงาน ลูกค้า ผู้ถือหุ้น พันธมิตรทางธุรกิจ คู่ค้า เจ้าหนี้ รัฐบาล องค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร และชุมชน สำหรับการสนับสนุนตลอดช่วงเวลาที่ท้าทายอย่างมากนี้ ผมขอขอบคุณพนักงานทุกคนสำหรับความทุ่มเทและความอดทน มุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนและสร้างผลการดำเนินงานที่ดีทั่วทั้งองค์กรและร่วมดูแลผู้มีส่วนได้เสียอย่างดีที่สุดในสถานการณ์ที่ไม่เคยเป็นมาก่อนตลอดปี 2563 นี้ จิตวิญญาณและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของพนักงานทุกคนจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับบริษัท และส่งผลให้บริษัทผ่านพ้นวิกฤตไปได้อย่างแข็งแกร่ง มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นและยั่งยืน

วิลเลียม เอ็ลล์วู๊ด ไฮเน็ค
ประธานกรรมการ