บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)

ปี 2564 เป็นอีกปีแห่งการทำงานหนัก ความทุ่มเท และการปรับตัวของพนักงานของไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนลทุกคน ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ยืดเยื้อและยังคงมีความผันผวนอยู่ตลอดเวลา โดยในช่วงเริ่มต้นของการระบาด ไม่มีใครทราบได้ว่าเศรษฐกิจจะกลับมาฟื้นตัวเมื่อใดและรวดเร็วเพียงใด ดังนั้นในขณะที่บริษัทมุ่งเน้นการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของฐานการดำเนินงานและฐานะทางการเงินของบริษัท เราไม่เคยละเลยการพัฒนาความยั่งยืนเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางศักยภาพและการดำเนินงานในระยะยาว และเตรียมพร้อมในการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วเมื่อสภาวะแวดล้อมทางธุรกิจเอื้ออำนวย เมื่อมองไปในอนาคตแม้ว่าจะมีอุปสรรคทางธุรกิจมากมาย ผมเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าการมีธุรกิจที่หลากหลายบนฐานการดำเนินงานที่เป็นเลิศ และความมุ่งมั่นสร้างผลกระทบเชิงบวกทั้งทางด้านทรัพยากรมนุษย์ ห่วงโซ่คุณค่า และสิ่งแวดล้อม จะช่วยให้เราสามารถก้าวข้ามผ่านอุปสรรคต่างๆ นี้ไปได้ โดยบริษัทได้มองข้ามผ่านช่วงเวลาของการฟื้นตัวและเริ่มเตรียมความพร้อมสำหรับการดำเนินธุรกิจสำหรับโลกภายหลังสถานการณ์โควิด-19

แม้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นสิ่งที่ทุกคนให้ความสนใจในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ไมเนอร์ยังตระหนักถึงวาระเร่งด่วนของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลกระทบในวงกว้าง ในปี 2564 เราเริ่มใช้แนวทางของคณะทำงานด้านการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินเกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศ (TCFD: Task Force on Climate-related Financial Disclosures) ในการจัดการความเสี่ยงขององค์กร และใช้ประกอบการพัฒนากลยุทธ์ เป้าหมาย และโครงการการพัฒนาอย่างยั่งยืนของเรา ในเดือนพฤศจิกายน 2564 คณะกรรมการบริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนลมีมติอนุมัติให้คำมั่นในการเป็นองค์กรปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี 2593 เรามุ่งมั่นลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการดำเนินธุรกิจของเราและสนับสนุนการปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ ไมเนอร์ ฟู้ด ในประเทศไทยริเริ่มโครงการประหยัดพลังงานสำหรับร้านอาหารที่บริษัทเป็นเจ้าของทุกสาขาและร้านแฟรนไชส์แบรนด์เดอะ พิซซ่า คอมปะนีจำนวน 188 สาขา ซึ่งช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้อย่างมีนัยสำคัญ เราดำเนินในทิศทางที่มุ่งสู่เป้าหมายในการลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวลงร้อยละ 75 ภายในปี 2567 โดย ณ สิ้นปี 2564 สามารถลดการใช้พลาสติกประเภทใช้ครั้งเดียวได้แล้วร้อยละ 27 เมื่อเทียบกับการใช้ในปีฐาน 2561 จากการใช้วัสดุทดแทนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นและการออกแบบบรรจุภัณฑ์ใหม่ที่ใช้พลาสติกน้อยลง เราส่งเสริมการปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพของระบบนิเวศทางบกและทางทะเล และแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์และพืชป่าอย่างยั่งยืน ปัจจุบันร้อยละ 87 ของโรงแรมของเราที่มีพื้นที่อยู่ใกล้หรือติดกับแหล่งธรรมชาติมีโครงการด้านการอนุรักษ์ระยะยาวอย่างน้อย 1 โครงการ มูลนิธิโกลเด้น ไทรแองเกิ้ล เอเชียน เอลเลเฟ่น ยังคงดูแลช้าง ควาญช้าง และครอบครัวอย่างสม่ำเสมอ และในปี 2564 ได้รับช้างบ้าน 1 เชือกเข้ามาดูแลเพิ่มจากเดิม 20 เชือก นอกจากนั้น ยังได้ให้เงินเพื่อสนับสนุนการทำงานของสัตวแพทย์และจัดสรรอาหารสำหรับช้างในปางช้างอื่นๆ ในประเทศไทยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์เศรษฐกิจด้วย

สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อธุรกิจแต่ยังส่งผลต่อความเป็นอยู่ของคนในสังคมอีกด้วย ไมเนอร์ให้ความช่วยเหลือกับชุมชนเท่าที่ทำได้และยังคงให้ความสำคัญต่อการพัฒนาพนักงานของเราอย่างต่อเนื่อง ไมเนอร์ดำเนินแนวทางการพัฒนาบุคลากร 3 ระดับ ซึ่งครอบคลุมไปถึงการพัฒนาและการสนับสนุนกลุ่มสมาชิกชุมชนที่ด้อยโอกาส กลุ่มพนักงาน และกลุ่มผู้บริหารศักยภาพสูงและผู้นำ ในปี 2562 เราประกาศเป้าหมาย “1 ล้านคนได้รับการพัฒนาและสนับสนุน ภายในปี 2566” และผมยินดีมากที่จะรายงานว่าเราได้บรรลุเป้าหมายดังกล่าวในปี 2564 จากโครงการพัฒนาบุคลากรและกิจกรรมเพื่อสังคมต่างๆ ดังนั้นในปี 2565 เราจึงประกาศเป้าหมายระยะยาวใหม่ ได้แก่“3 ล้านคนได้รับการพัฒนาและสนับสนุน ภายในปี 2573” เรามุ่งยกระดับการพัฒนาอย่างยั่งยืนของพนักงานในองค์กรและคนในชุมชนผ่านโครงการสนับสนุนด้านการศึกษา การสร้างงาน ความก้าวหน้าในอาชีพ สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี และสิ่งแวดล้อมในสังคมที่เราดําเนินธุรกิจ นอกจากนี้ ไมเนอร์ยังได้ริเริ่มนำตัวชี้วัดด้านความยั่งยืนมาเป็นส่วนหนึ่งของการประเมินผลงานของคณะกรรมการจัดการ ผู้บริหารประจำสำนักงานใหญ่ รวมถึงผู้บริหารและพนักงานของโรงแรม เพื่อให้มั่นใจว่าการพัฒนาอย่างยั่งยืนจะได้รับการหล่อหลอมเข้ากับการดำเนินงานของเราอย่างแท้จริง

การพัฒนาห่วงโซ่คุณค่าที่ยั่งยืนตั้งแต่คู่ค้าจนถึงลูกค้าของเรามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความยั่งยืนของธุรกิจโดยเฉพาะภายใต้สถานการณ์ที่ไม่แน่นอนเช่นนี้ เราได้ขยายขอบเขตการพัฒนาห่วงโซ่คุณค่าที่ยั่งยืนครอบคลุมถึงหน่วยธุรกิจในออสเตรเลีย จนถึงปัจจุบันนี้เราได้ทำการประเมินความเสี่ยงด้านความยั่งยืนของคู่ค้าท้องถิ่นที่มีความสำคัญด้านอาหารและบรรจุภัณฑ์ในประเทศไทยและออสเตรเลียได้อย่างมีนัยสำคัญ และจะขยายการประเมินให้ครอบคลุมไปถึงคู่ค้าของทีมพัฒนาโครงการในประเทศไทยในปี 2565 เราตั้งใจตอบสนองต่อความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่มองหาแนวทางการดำเนินชีวิตที่ดีต่อสุขภาพ และในปี 2564 แบรนด์ของไมเนอร์ ฟู้ด ในประเทศไทย ออสเตรเลีย และตะวันออกกลาง รวม 4 แบรนด์ ได้นำเสนอเมนูเพื่อสุขภาพกว่า 50 เมนู ไมเนอร์ มุ่งมั่นสร้างสรรค์และส่งมอบประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้า โดยทีม Minor Food Innovation Team (M-FIT) ทำงานร่วมกับผู้เข้าร่วมโครงการ Young Entrepreneur Program (YEP) ได้พัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ทางการตลาด และเปิดตัวแบรนด์ไมเนอร์ ฟู้ดใหม่ขึ้น เช่น Naughty & Rice แบรนด์ Poke Bowl เพื่อสุขภาพ และ Jooly แบรนด์น้ำผลไม้สกัดเย็น เป็นต้น นอกจากนี้ ไมเนอร์ โฮเทลส์ได้พัฒนา “โปรแกรมสุขภาพหลายมิติ” (Multi-dimensional Wellness Program) ซึ่งนำเสนอการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ที่ครอบคลุมจากร่างกาย จิตใจ จิตวิญญาณ อารมณ์ สังคม ไปจนถึงด้านสิ่งแวดล้อม โดยเริ่มให้บริการแล้วในโรงแรมอนันตราในเอเชีย

เราให้ความสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่มีธรรมาภิบาลและการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบ ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนลได้คะแนนด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดีในระดับ “ดีเลิศ” จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทยติดต่อกันเป็นปีที่ 9 และยังคงได้รับการรับรองเป็นสมาชิกแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยต่อต้านการทุจริต

แม้ในสถานการณ์ที่ท้าทายเช่นนี้ ไมเนอร์ยังคงมุ่งมั่นสร้างคุณค่าร่วมเพื่อยกระดับการพัฒนาอย่างยั่งยืน ผมภูมิใจอย่างมากที่ในปี 2564 ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนลได้รับคัดเลือกเข้าเป็นสมาชิกของ Dow Jones Sustainability Emerging Markets Index ติดต่อกันเป็นปีที่ 8 เป็นสมาชิกของ FTSE4Good Index Series ติดต่อกันเป็นปีที่ 6 ได้รับการประเมินจาก MSCI ESG Rating ในระดับ AA ได้รับรางวัลความยั่งยืน “Highly Commended in Sustainability” จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และได้รับคัดเลือกเข้าในรายชื่อหุ้นยั่งยืนของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยติดต่อกันเป็นปีที่ 7

ผมขอขอบคุณผู้มีส่วนได้เสียทั้งหมดของเรา ได้แก่ พนักงาน ลูกค้า ผู้ถือหุ้น พันธมิตรทางธุรกิจ คู่ค้า เจ้าหนี้ รัฐบาล องค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร และชุมชน ที่ให้การสนับสนุนและไว้วางใจในบริษัทและทีมผู้บริหารอย่างต่อเนื่อง ผมขอขอบคุณพนักงานทุกคนสำหรับความทุ่มเทและความอดทนเพื่อช่วยให้บริษัทก้าวข้ามผ่านช่วงเวลาอันท้าทายนี้ไปได้ และผลักดันให้ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนลกลายเป็นบริษัทที่ดีขึ้น แข็งแกร่งขึ้นและยั่งยืนยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ผมรู้สึกตื่นเต้นมากกับปี 2565 ที่กำลังจะมาถึง แม้ว่าจะเป็นอีกปีหนึ่งที่ยังคงจะต้องเผชิญกับความท้าทายและความไม่แน่นอน แต่เราได้ผ่านพ้นช่วงที่เลวร้ายที่สุดไปแล้วและพร้อมที่จะฟื้นตัวอย่างยั่งยืนในปี 2565

วิลเลียม เอ็ลล์วู๊ด ไฮเน็ค
ประธานกรรมการ